2.16.2554

Review: Maybelline Clear Smooth BB Silk, Mascara & Hyper Diamonds Line

สวัสดีค่ะสาวๆ ช่วงนี้เห็นหน้ากันบ่อยหน่อยเน้อ เพราะสัญญาว่าจะเป็นเด็กดี ไม่พอกหางหมู
(เอ่อ... ได้ข่าวว่าที่กำลังเขียนอยู่นี้ก็ดองมากว่า 3-4 เดือน!!)

ได้โอกาสไปงาน Maybelline New York มา (เมื่อหลายเดือนที่แล้ว) และได้ product มาลองหลายอย่าง
ตัวเด่นเลยก็คือ Clear Smooth BB Silk Two Way Cake Powder นอกจากนั้นยังมี product ที่ออกใหม่ได้แก่
The Magnum Volumn Express Super Film Mascara, Hyper Diamonds Liquid Liner
และ Hyper Diamonds Eyeshadow


ของมาในกล่องรูปดาวแถมผ้าพันคอพลิ้วสีม่วง (จริงๆเขาไม่ได้ให้... ตบมาตอนของเหลือในงาน กร๊ากกก)

ไปดู product ตัวแรกกันค่ะ


จริงๆแล้วแป้งตัวนี้ขอบอกว่าโยนติดกระเป๋าไว้ตลอด เพราะใช้แล้วโอเคมากๆ วันนึงอยู่ที่ทำงานมองเหลือบไปเห็นในกระเป๋า
ถึงนึกออกว่า "เอ้อ ทำไม่ไม่ถ่ายรูปทำรีวิวซะทีนะ ใช้อยู่ทุกวัน!!" -_- ก็จึงเป็นที่มาของรีวิวนี้ อิอิ

แป้งนี้ชื่อเต็มๆว่า Clear Smooth BB Silk Two Way Cake Powder SPF 21 PA+++ สี 02 Nude Biege
เป็นแป้ง BB อิทธิพลเกาหลีมาเต็มๆ เพราะฉะนั้นคุณสมบัติมันควรจะเป็น "ทาตัวเดียวก็เอาอยู่" แต่จะเอาอยู่ไหม ไปดูกัน

Package: แปลกตาเหมือนของเล่น -_- เป็นตลับ plastic สี่เหลี่ยม 2 ชั้นสีม่วงอ่อน แยกพัฟกับกระจก
ถึงจะดูแปลก แต่ถ้ามองในแง่การใช้งานแล้วดีนะ เพราะเราไม่ต้องระวังตลับจะตกแตกหรือเปื้อนรอยนิ้วมือ
ถือว่าซื้อมาใช้งานจริงๆ


Texture: เนื้อแป้งละเอียดแล้ให้ความรู้สึก silky อย่างที่เขา claim ว่า 12H oil control, silky finish เมื่อทาลงไปบนผิว
ให้ความรู้สึกเป็นแป้งๆอยู่เล็กน้อย ต้องผ่านไปเป็นชั่วโมงกว่าจะเข้าที่ เพราะฉะนั้นแนะนำให้ใช้ในปริมาณที่ไม่มากค่ะ
Color: เบอร์ 02 Nude Beige เหมาะสำหรับผิวขาวเหลือง อายใช้แล้วพอดีเป๊ะนะ ทาบางๆ สบายๆ
Scent: มีเล็กน้อยแต่ต้องดมใกล้ๆถึงจะได้กลิ่น ที่แน่ๆไม่ใช่กลิ่นที่กวนใจ

 

ให้ดูหน้าที่ลง base เรียบร้อยแล้ว (หน้าห้อย แงงงง) มีรอยสิวทั้งแก้มซ้าย ขวา แต่แก้มซ้ายแผลเพิ่ง 1 สัปดาห์ รอยยังชัดอยู่
งานนี้มีแค่ concealer ปิดใต้ตานะคะ จุดอื่นไม่ได้ลง

 
ลงแป้งทั่วหน้าโดยใช้แปรงเพื่อความบางเบา ตรงไหนรอยเยอะก็แตะวนๆ จะเห็นได้ว่าปกปิดๆได้พอประมาณ
ส่วนตัวอายไม่ชอบลงแป้งหนา ชอบให้หน้าได้หายใจบ้าง จะเหลือรอยอยู่บ้างก็ช่างมัน


ไปแต่งหน้าแต่งตา เขียนคิ้ว ปัดมาสคาร่า ปัดแก้ม ทาปาก เสร็จแล้ว!!
ดูเนียน เป็นธรรมชาติ ไม่โบ๊ะ อ๊ะรักเลยยยยยยยยยย

 

ให้ดู before & after 10 โมงเช้า และ 4 ทุ่ม 12 ชม. ไม่ได้ซับมันหรือเติมแป้ง จะเห็นว่า t-zone จะเงาๆ รอบปากหลุดหมด เพราะกิน -_- รอบจมูกเริ่มเละ แต่โดยรวมถือว่า ok สีไม่ drop และความผ่องยังอยู่

สรุป: ด้วยราคาเท่านี้ ประสิทธิ์ภาพได้ขนาดนี้ ไม่รักได้ไง อิอิ ถือว่าเป็นแป้งใช้งานนะ
เปลี่ยนกระเป๋าเมื่อไหรโยนตัวนี้ใส่กระเป๋ารอไว้เลยอ่ะ :D

ตัวต่อมา mascara

เจ้าอ้วนเหลืองตัวที่ 2 เป็นเหลืองแดง ชื่อเต็มๆว่า The Magnum Volumn Express Super Film
ตัวนี้เน้นความหนาและล้างออกง่าย เหมือนขนตาเคลือบด้วย film coat หัวแปรงขนาดพอดีๆ
ส่วนหลังจากการใช้จริงแล้ว ตัวนี้ให้ความหนาปานกลาง (ในรูปปัด 2 รอบค่ะ) การเรียงตัวอาจจะยังไม่ค่อยสวยเท่าไหร่
แต่ทดแทนด้วย การล้างออกง่าย ใช้ makeyp remover (อายใช้ของ Maybelline) แปะไว้แล้วรูดออก ง่ายดายมากค่ะ

สรุป: เจ้าตัวนี้เหมาะกับวันสบายๆ เพราะไม่ได้ให้ effect ขนตาที่อลังการมาก แต่ก็มีความหนาพอดีๆ
อยู่ได้ถึงเย็น เลอะบ้างเล็กน้อย ไม่ทำให้ขนตาแข็งจนล้างออกยาก ปัดไปทำงานทุกวัน ok นะคะ :)

ต่อกันที่ line ใหม่ Hyper Diamonds เริ่มกันที่ Liquid Liner นะคะ


Hyper Diamonds Liquid Liner เป็น liner จิ้มจุ่มแบบน้ำ ขอบอกว่าปกติไม่เคยใช้ liner จิ้มจุ่มเลยเพราะหนังตามัน
แล้วกลัวพวกนี้จะไม่แห้ง แต่เวลาผ่านไปเป็นหลายเดือนก็หยิบขึ้นมาใช้ เป็น liner สีดำที่มี glitter วิ๊งๆอยู่
ทาลงไปแล้วต้องรอให้แป้งสนิทจริงๆถึงกระพริบตาปกติได้ แปรงจับถนัดมือ ทาง่ายค่ะ


รอยที่เห็นอยู่ตรงหัวตาคือมันยังไม่แห้ง เละทิ้งรอยไว้นิดหน่อย เนื้อ liner แน่นทบ ทาง่าย ให้วิ๊งเก๋ๆ (ย้ำว่าต้องแห้งสนิทๆก่อนนะ)
ล้างง่ายด้วยสำลีชุบ remover ปื๊ดเดียวออกมาเป็นเส้นสวยงาม
สรุป: เป็นไลเนอร์แบบน้ำเก๋ไก๋ใช้ง่าย ทาเดี่ยวก็สวย แต่ต้องแห้งสนิทจริงๆซึ่งใช้เวลาพอควรค่ะ ทาแต่เช้าตกเย็น
ก็ไม่ค่อยเลอะนะ แต่จะเลือนบ้างนิดหน่อยค่ะ

มาที่ตัวสุดท้าย Hyper Diamonds อีกเช่นกัน :)


เป็น Hyper Diamonds Eyeshadow Palette สี BR-2 (หน้าตาเหมือน brand อะไรเอ่ย!!)
Maybelline ปีหลังๆมาเจาะตลาดวิ๊งๆ trend เกาหลี ญี่ปุ่น ส่วน e/s ตัวนี้ก็ได้รับอิทธิพลอยู่มากโข
ดูจากตลับสีสวยมากกกก โทนน้ำตาล ม่วง แต่พอลูบๆไป สีอ่อนวิ๊งๆมีความสากอยู่เพราะ glitter เม็ดใหญ่มาก
ส่วนสีซ้ายขวานั้น ok ค่ะ สีเข้มสุดไม่ค่อยเข้มเท่าไหร่ ดูใสๆ


ลองทาดูด้วยนิ้ว ได้อย่างที่เห็น สีสวย blend ได้เนียนๆ แต่วิ๊งใหญ่มาก ทาไปร่วงมาใต้ตาหมด

สรุป: เป็น e/s วิ๊งๆ หาซื้อได้ง่าย สีสวย แต่วิ๊งใหญ่ไปค่ะ ส่วนสีอ่อนแทบไม่มีสี มีแต่วิ๊ง
เลยไม่รู้จะเอาสีไหนมาเป็น highlight -_-

เอาล่ะค่า จบแล้ว 4 product แอบฝากภาพบรรยากาศงานตอนเปิดตัวแป้ง Clear Smooth BB Silk ไว้หน่อยละกันค่ะ :)


นานมาแล้วเนอะ...... =*=


เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ presenter คนสวย :)


ขอบคุณบางภาพจากน้องส้ม chidsom น้องทราย munhoii น้องจิ๊ป jip ด้วยค่ะ ^^

แล้วเจอกันใหม่กับ product ตัวใหม่ของ Maybelline เร็วๆนี้นะคะ
xxx

2.10.2554

Review: Illamasqua Intense Lipgloss

สวัสดีค่ะสาวๆ วันนี้มี brand ใหม่มานำเสนอ เป็น brand จากอังกฤษชื่อ Illamasqua (อิลลามาชก้า)
ซึ่งอายไปรู้จักมาจากกูรูใน Youtubeก็คือ Pixiwoo นั่นเอง เป็น brand ที่ positioning เทียบเท่า MAC เลยนะ
เท่าๆที่ฟังมา บางคนว่าอาจจะมาแทน MAC เลยด้วยซ้ำ เพราะเน้นสีสันจัดจ้าน แรง จริงใจ ไม่แอ๊บแบ๊ว
ราคาก็พอๆกันอีกต่างหาก แต่อายว่าคงยังไม่ถึงขั้นนั้น product ยังมีไม่เยอะและกว้างพอ :)

เอาหละ ไปดูหน้าตากันดีกว่า

 (credit ภาพ: Google)

ออกมาจะกี่ collection ก็แรงตลอด ทั้งตัว product และ poster ส่วน packaging ก็เรียบหรูดูดี

เราเห็นอย่างงี๊ก็กรี๊ดมากพยายามขวนขวายให้ได้มา จนพอรู้ว่าเอาเข้าที่ Sephora
ก็เลยฝากเขาสอยมาซะ :) สั่งไปเป็น intense lip gloss กับ blush on
แต่ของหมดเลยได้ lip gloss มาอย่างเดียว

หน้าตาเป็นอย่างงี๊จ้า


Intense lip gloss เนื้อแน่นสุดๆสี Move (ทำให้คล้องจองกับ mauve นั่นเอง)
สีแนวนี้เป็นสีโปรด คือชมพูธรรมชาติอมม่วง ชอบมากกกกก
หลอดเป็น plastic บีบปลายแล้วสีจะออกมาค่ะ



ลองปาดให้ดูจะเห็นว่าเนื้อแน่นมากกก กลบสีปากมิด ส่วนตัวสีนี้พูดว่าม่วง
บางทีบางคนกลัว แต่โทน mauve นี่เป็นชมพูที่ธรรมชาติมากนะ ไม่ได้ม่วงน่ากลัว
ทาออกมาแล้วสีแอบหวานกว่าที่คิด ส่วนเนื้อกลอสชอบมากกกก ไม่เหนียวหนืดจนเกินไป

(ปล. ดูจากรูปก็รู้ว่าถ่ายเก็บไว้นานหลายเดือนแล้ว ผมยังเป็นทรงเดิมอยู่เลย -_-)


ลงรูปหน้าเต็มให้ดูอีกซักนิด อืมม หวานนะเนี่ย แต่ก็ถือว่าเป็นชมพูที่ใช้ได้เรื่อยๆ
ไม่หวานเลี่ยนและไม่แบ๊วจนเกินไป

วันนี้ลาไปก่อนหละค่าา ยังมีของเล่นจาก brand เมืองนอกอีกเยอะแยะเลย
แล้วไว้จะทยอยมาลงค่ะ

ขอบคุณทุกคนที่แวะมาเยี่ยมชมค๊าบบบบ ^3^

2.02.2554

Review: Clinique Chubby Stick

สวัสดีวันตรุษจีนค่าาาทุกคน ช่วงนี้เพิ่งมาตระหนักได้ว่ามีของดองทำรีวิวมากมาย
ก็เลยค่อยๆทยอยทำดีกว่า มีทั้งของที่ได้จากงานและของซื้อเอง

ส่วน item วันนี้สอยเองด้วยความน่ารักอ้วนพีของมัน -_-

คือ Clinique Chubby Stick นั่นเอง จริงๆแล้วเขาเคลมว่ามันเป็น "moisturizing lip balm"
ซึ่งก็ได้ความรู้สึกอย่างนั้นนะ เอาหละไปดูหน้าตาเจ้าอ้วนกันก่อน


ขนาดอ้วนพีเหมือนสีเทียนอันใหญ่ๆ จับถนัดมือ วีธีใช้คือบิดจากก้นนะคะ ไม่ต้องเหลา
เคาเตอร์ไทยเอาเข้ามา 4 สี อายได้มาเป็นโทนน้ำตาลเบอร์ 02 ชื่อ Whole Lotta Honey ค่ะ

ขนาดบรรจุ .10 oz/ 3 g และเป็นผลิตภัณฑ์ไร้น้ำหอมเหมือนเดิมค่ะ


สีออกน้ำตาลส้มอ่อนๆ เนื้อสัมผัสเหมือนลิปบาล์มจริงๆค่ะ มันจัะรู้สึกมันๆไม่ครีม ไม่เหนียว
ให้ความมันวาวพอดีๆ ที่สำคัญชอบสีมากกกกกกก อยากให้มันน้ำตาลกว่านี้อีกนิดด้วยซ้ำ :)
สำหรับสาวที่ทำงานและไม่อยากทาปากโทนสีชมพู ส้ม แดง เชื่อว่าสีนี้ work สุดๆ

เสียดายที่เอาเข้ามาไทยแค่ 4 สีเท่านั้นจาก 8 สี ตอนนี้กำลองมองอยู่ว่าจะเอาสีอะไรอีกดี ^^

วันนี้มาไวไปไว ถ้าช่วงหยุดตรุษจีนมีเวลาว่างจะแวะเวียนมา up blog อีกนะค๊าบบบบ
วันนี้ลาไปก่อน ซินเจียยู่อี่ ซินนี้ฮวดไช้ อั่งเปาตั่วๆไก๊ กันถ้วนหน้าค่าาาา :D

1.26.2554

Lancôme Eyes Cocktail: The Look & Swatch

สวัสดีค่าทุกคน วันนี้มา promote กิจกรรมของทาง Lancôme Thailand กันสักหน่อย
พอได้อายได้รับเชิญไปร่วมกิจกรรม "Beautify Your Eyes Wit Your Style by Lancôme"
พร้อมกับเพื่อนๆ blogger ทั้ง 4 คน ซึ่งกิจกรรมนี้เป็นการประชัญ look ทั้ง 4 แบบ
ที่ blogger แต่ละคนสร้างสรรคกันขึ้นมาตามโจทย์ที่จับสลากได้โดยใช้เครื่องสำอาง Lancôme ค่า

สำหรับตัวอายเองได้ look "Smoky Rock" โอโหอยากจะกรี๊ดดด
เหมาะกับคนไม่หวาน ไม่สาวอย่างเราจริงๆ :D

ไปดูรายละเอียดของกิจกรรมนี้กันค่ะ

เกริ่นมาซะเยอะ ไปดู VDO กันเลยค่าา ^^



กติกาก็ง่ายๆสำหรับคนที่ชอบ look นี้นะคะ เพียงแค่ไปที่ Lancôme Thailand Fanpage
กดเป็น Fan ก่อนแล้วไปที่หน้า Activity เลือกดู VDO ที่คุณต้องการ ถ้าชอบใจอันไหน กด like + comment
เพียงเท่านี้ก็มีสิทธิ์ลุ้นได้รางวัลเป็นเครื่องสำอางจาก Lancôme มูลค่ากว่า 13,000 บาทแล้วค่ะ


และอย่าลืมว่า กด like กันได้ทุกวันจนถึงวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2554 นี้นะคะ


เอาหละ จบเรื่องกิจกรรมกันไป มาพูดถึง product กันบ้าง
product ที่ใช้ในการทำ how to ครั้งนี้ มีดังนี้ค่ะ


มี eye shadow, eye liner, mascara, blush on และ lip gloss ค่ะ



ส่วนตัว Teint Miracle นี้ได้ใช้ให้ดูใน VDO แต่ไม่ได้ถ่าย swatch ไว้ให้ดู อายใช้เบอร์ BO-02
เข้ากับผิวหน้าพอดีๆ แต่น่าเสียดายหน่อยตรงที่รองพื้นไม่ค่อยคุมความมัน ถ้าใครหน้าแห้งอยู่แล้ว
ก็อาจจะเหมาะนะคะ ส่วนตัวอายชอบที่ความ glow และการปกปิดที่พอใช้ได้ เพราะมันใช้แตะทับเพื่อกลบรอยได้ด้วย เนื้อบางเบา สบายหน้าค่ะ


มากันที่ eye product ตัวหลัก Ombre Absolue Impact 3D no. G10 เนื้อนุ่ม สีออกเทาดำ
สีนี้ใช้ได้และได้ใช้อยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องทาตามใน how to หรือทาให้ครบทุกสีก็ได้ 
จะใช้แค่เทาอ่อน ตบด้วย glitter ก็สวยแล้วในวันสบายๆค่ะ


ตัวนี้ส่วนตัว ชอบมากกกก Liner Definition เป็น liner เมจิกที่เขียนง่าย แห้งเร็วและติดทน!
คืออายหนังตามันมากกก ยากนักที่จะหา liner ที่ติดทนทั้งวัน แต่ตัวนี้เอาอยู่ ไม่มีอวยเลยค่ะ
สัดำสนิท กรีดเส้นหนา บาง ได้หมด ชอบบบบบบค่ะ :D


ต่อมา mascara รุ่น Hypnose Waterproof Mascara ปัดเรียงเส้นสวยมากก ให้ความโค้งงอน
และยาวพอดีๆ ไม่มี fiber มากมายให้กวนใจ ล้างออกด้วย eye remover แบบไม่ยากค่ะ
รูปนี้ถ่ายเมื่อวาน ปัดตั้งแต่ 8 โมงจน 4 ทุ่มก็ยังเด้งอยู่ :)


ปัดแก้มสีสวยออกส้มอมชมพูนิดๆรุ่น Blush Subtil เบอร์ 20 เน้นความ glow ระเรื่อๆบนแก้ม
ปัดยังไงก็ไม่เป็นปื้นแน่นอนค่ะ จะปัดทั้งลูกแก้มหรือเฉพาะโหนกแก้มก็ได้ เพราะวิ๊งไม่ใหญ่จนเกินไป
เป็นสีที่เหมาะกับแต่งตาแรงๆมากค่ะ เพราะมันจะไม่ไปดึงความสำคัญจากตา แต่จะช่วยส่งเสริมกัน
 

product ชิ้นสุดท้าย lip gloss เนื้อครีมรุ่น L'Absolu Crème de Brillance เบอร์ 201
คือว่าสีมันสวยมากกก และเนื้อดีมากกก รู้สึกถึงความเป็นครีมมากกว่า gloss เหนียวๆ
สีนี้ออกชมพูเบจ ทาได้ทุกสถานการณ์เพราะไม่ได้สีอ่อนจนดูป่วย แถมยังมี Proxylane
ช่วยให้ความชุ่มชื่นยาวนานถึง 10 ชั่วโมงเลยค่ะ :)

เอาหละดู product กับไปครบแล้ว ไปดูภาพ finished look ที่ถ่ายเก็บไว้ดูนะคะ
 

rock ง่ายๆด้วยชุดดำเปิดคอ เพิ่มความแข็งกร้าวด้วยสร้อยโซ่ (ทำเอง อิอิ) และ jacket วิ๊งระยับ
.............แต่เอิ่มมมม หน้าย้วยมากค่าาาาาาาาาาา T_T


zoom zoom กับแสงธรรมชาติค่ะ



หรือจะยิง flash ก็ยังได้อยู่ ^^


วันนี้ลาไปก่อนแล้วค่า ขอขบคุณทุกคนที่ได้ดู VDO หรือได้กด like ให้กำลังใจกันไปแล้ว
จะพยายามทำผลงานคุณภาพ (พูดเหมือน โฟร์ เอส สร้างสรรค์ -_-) ออกมาให้ได้เสพย์กนอีกนะคะ


ขอให้สนุกสนานกับการทำงานค่าาา

1.17.2554

Review: Adore Bi-Tone Contact Lens


ห่างหายจากการรีวิวเพราะยุ่งเหลือเกินนนน ช่วงนี้
สัญญา...(อีกและ) ว่าจะพยายาม update บ่อยขึ้นนะคะ ^^
ของดองรีวิวไว้อีกเยอะมาก วันนี้ได้ฤกษ์ดีนำรีวิว contact lens ตัวใหม่มาให้ดูกันค่ะ

Adore Bi-Tone # Gray
หรือรุ่นปิรามิดนั่นเอง


ต้องขอขอบคุณพี่ Algae และพี่ Pizza จากร้าน Padpa ด้วยนะค้า
ใจดีให้มาลองคนแรกวันที่ของส่งมาถึงไทยเลย

Adore เป็น lens สัญชาติ Italy ที่เราเองก็ไม่รู้จัก จนพี่ Pizza ให้ๆไปดูจาก Jen จาก frmheadtotoe
เห็นแล้วก็ โอ้ววว สวยมากกกก สวยซึ้งเลยจริงๆ

กล่องมาในรูปทรงปิรามิดเก๋ๆ มีตัว lens และรายละเอียดอยู่ในกล่อง
รายละเอียดของเลนส์มีดังนี้นะคะ

Made in Italy
Dia 14.0
Water 45%
UV filter
อายุการใช้งาน: 3 เดือน
price 35$ (อันนี้ไม่ทราบราคาเมืองไทยนะค้า)

อายสั่งมาเป็นสีเทา ค่าสายตา -5.50 สั้นเยอะน่นเอง -_-"


ฝาปิด seal มาอย่างดีแต่แกะยากมากกกกกกค่ะ
ต้องใช้ cutter กรีดเลยทีเดียว....

lens สีสวยดูเป็นธรรมชาติมากๆ ขนาดก็ไม่ใหญ่เป็น big eye
เรียกได้ว่า "เนียน" มากๆค่ะ


สีตาจริงอายเป็นน้ำตาลเข้มนะคะ
พอใส่ไปเลยเป็นวงแหวนสีเทาล้อมรอบ :D
สีนี้ยิ่งแต่งตาเข้มๆ รับรองสวยมากกกกค่ะ

lens ใส่สบายสุดๆ ไม่เคือง ไม่แห้งเลย ชอบ แต่แพงงงง อิอิ


zoom zoom ไม่ว่าจะแสง indoor daylight หรือ flash ก็สวยอย่างที่เห็นค่ะ

ปิดท้ายไปด้วยรูปที่เพิ่งไปงานมาละกัน
เดินเข้างานถึงกับถูกทักว่า "ตาจริงสีนี้เลยหรอคะ สวยมากก"
โอววววว ไม่ได้ฝรั่งขนาดนั้นค่าาาา :P



ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาชมนะคะ
หวังว่ารีวิวนี้จะเป็นประโยชน์ต่อการตัดสินใจเลือกซื้อ lens ของทุกคนค่ะ

ลาไปก่อน บ๊ายบายยยย ^^



12.14.2553

My Hair History

สวัสดีค่ะทุกคน วันนี้มา up blog อีกแล้ววว
หลังจากการเปลี่ยนแปลงครั้งค่อนข้างใหญ่เมื่อ... 6 เดือนที่แล้ว โอ้วววว
นั่นก็คือการตัดผมจากยาวไปสั้นจุ๊ดเลยย ทั้งที่ผมยาวเป็น identity มาตลอดตั้งแต่เรียนปี 1

จนเมื่อต้นเดือนได้ไปเปลี่ยนโฉมมาอีกรอบ ก็เลยมาลองขุดคุ้ย hair archives ของตัวเองดู

จะว่าไปอายเปลี่ยนแปลงทรงผมน้อยมากตั้งแต่ขึ้นปี 1 และไว้ผมยาวมาตลอด
เพราะรู้สึกว่าเรารักผมยาวมากกก อยากไว้มาตลอด 12 ปีที่เรียนโรงเรียนรัฐบาล
ไว้ทีเลยเอาให้ยาว และมันก็ยาวมากกกกก ร่วงมากกกก สุดท้ายมันก็เสียมากกกก...

วันหนึ่งทำใจได้ก็เลย เอาวะ! ไหนๆไว้ให้สวยไม่ได้แล้ว ผมก็ยาวเร็วจะเสียดายอะไร
ก็เลยไปหั่นๆๆๆซะเลย

เอาหละพล่ามมายาวลองกลับไปดูอดีตมาจนถึงปัจจุบันกัน ว่าแต่ก่อนเปลี่ยนแปลงน้อยมากจริงๆ


ช่วงม.ปลาย (รวมถึงม.ต้นด้วย) เป็นเด็กเนิร์ดสายวิทย์ ผมสั้นตรงถูกระเบียบมาตลอด
แต่ก็มักจะยาวเร็ว จนบางทีถูกอาจารย์ตัดแหว่งๆทำโทษเวลาตรวจพฤติกรรม

ที่สำคัญโดนคนเดียวในห้องเลยด้วยสิ -_-'


ต่อมาช่วงมหาวิทยาลัย รูปเสื้อแดงน่าจะอยู่ปี 3 แล้ว เป็นช่วงเริ่มไว้ยาว และยาวมาตลอดจนจบปี 4
(จะเห็นว่าพยายามดัดบ้างอะไรบ้างก็ไม่ได้จะเป็นลอนอะไรกะเค้าเลย T_T)


ต่อมาเรียนจบแล้วทำงานก็ยังไว้ยาวอยู่ มีเล็มบ้างแต่ไม่ได้ตัดจริงจัง ตรงบ้าง ลอนบ้าง เสียบ้าง...
มารู้สึกแย่ก็ตอนรูปเสื้อยืดปลายปี 2008 ที่รู้สึกว่ามันแย่และแห้งที่สุด ทั้งที่สีผมก็ไม่เคยทำเลย
เพราะคิดมาเสมอว่า อยากให้ผมคงความธรรมชาติที่สุด... แต่สุดท้ายก็ไม่มีปัญญาไว้...... เฮ้ออออ


 
 ต้นปี 2009 ตัดสินใจตัดผม ตัดออกเป็นฟุตเลย ตัดผมม้ากลมๆ ถือว่าเปลี่ยน look ไปเยอะแล้วนะ
รู้สึกสบายหัวมากขึ้นเพราะผมไม่ยาวมาก จะทำทรงอะไรก็ดูจะทำได้ (ผมยาวมากไปเข้าร้านทำผม
เขาแทบจะส่ายหัวเลย) ถือว่าเป็นอีกทรงที่ชอบจริงๆ ^^ ทำไปซักเดือน 2 เดือนก็ทำสีผม

ครั้งแรกในชีวิต -_-' เลือกสีอ่อนสุด ได้ออกมาเท่าที่เห็นในรูปขวาจ้า


ต้นปี 2010 มันกลับมายาวเรี่ยเอวอีกแล้ว ก็เลยเอาวะเอาเหวยไปตัดและดัดมันซะเลย!
ขอบอกก่อนว่าทุกครั้งที่ดัดอายไม่เคย slice ผมเลยเพราะเสียดายแต่ครั้งนี้ตัดใจ
ยอม slice เพื่อหวังว่าลอนมันจะชัดขึ้น แล้วก็ดัด digital ด้วย แต่ก็เปล่าเลย....
ผมก็ไม่เป็นลอนสวยเหมือนเดิม แถมผมดูบางเชียว... เศร้าใจ...

ไว้มาจนครึ่งปี ก็เห็นว่าผมเรายาวอีกแล้ว... อยู่ดีก็ฉุกคิดขึ้นมาได้ว่า "ทำไมต้องยาว??"
อืมมนั่นสิ! ทำไม่เราต้องผมยาว ใครบอกว่าดี ใครบอกว่าเหมาะ?? ไม่มี คิดเองเออเองทั้งนั้น
ก็เลยเปิดโอกาสให้กับชีวิต ไว้ทรงอื่นดีกว่า เสียดายทำไม ผมยาวออกจะเร็ว

คิดอย่างนั้นได้แทบจะไปร้านตัดผมมันซะตอนนั้นเลย


เริ่มกระบวนการก็ตัดผม ซอยผม สั้นข้างยาวข้าง...แมนเลยทีเดียว.. แล้วก็ทำสี hi-light
โดยเลือกทำเป็น....สีอะไรก็ไม่รู้ ช่างเลือกให้ -_-' ตามใจช่างสุดๆ

ทำออกมา กรี๊ดดดด นี่ฉันหรือนี่ ไม่คุ้นหน้าเลย แต่ก็ชอบนะ รู้สึกสดใส :)


2 เดือนต่อมาผมก็ยาวขึ้น (อีก 2 ซม. ยาวเร็วจริง) ได้โอกาสไปทำสีผมกับ L'oreal Inoa
สบายหัวมาก เพราะไม่แสบเลย ทำออกมาเป็นทองหม่นตามรูปขวาจ้า ยังแอบเห็น hi-light อยู่นิดนึงด้วย


 
ไว้มาอีก 4 เดือนยาวอีกแล้วสินะ เลยคางมาเยอะเลย มัดผม ทัดหูจนกลายเป็นยายเฉิ่ม...
ผมดำงอกออกมาเยอะจนน่าเกลียดสุดๆ แต่ที่เจ๋งคือ... ทำ mohawk ได้แล้วฮ่าๆๆๆ
(ฝีมือ Sunsilk Co-creation ค่ะ)

ก็เลยคิดว่า เอาน่ะ ก่อนสิ้นปีนี้ ขอ refresh ตัวเองซะหน่อย


ก็เลยเข้าร้านตัดผม (ร้านเดิม) หั่นแหลก (ตามใจช่าง) ทำสีเข้มขึ้น พอยาวจะได้ไม่น่าเกลียดมาก
(สีจาก L'oreal นะคะ ได้มาเป็น set chocolate lover เป็น
L'oreal Exellent Cream (โปร-เคราติน): Chocolate Brown เบอร์ 6.35
และ Feria 3D Color (Platinum Nuance Technology): เบอร์ 51 Choco Parfait
ตามกล่องว่าเป็นสี "บลอนด์เข้มประกายทองเหลือบมะฮอกกานี")

ช่างเอา 2 สีผสมรวมกันด้วยความที่เลือกไม่ถูก.... แต่เหลือเยอะแยะเลย เพราะผมมีอยู่แค่นี้ Y_Y


สุดท้ายเสร็จออกมาได้อย่างที่เห็นค่ะ ทุกคนตกใจมากกกกกกกก เรากลับเฉยๆ รู้สึกสนุกแทน อิอิ
สีเป็นน้ำตาล chocolate จริงๆแต่พออกแดดมีประกายแดงทองบ้าง ไม่เยอะไป
set ผมก็ง่ายมากกกก สระเสร็จ 10 นาทีแห้ง ใช้ wax จับๆนิดหน่อยให้พอปัดผมได้

สรุปว่า ชอบบบบบบบบบ ติดใจผมสั้นไปแล้วรึเปล่าก็ไม่รู้ ฮ่าๆๆๆๆ



 เห็นว่าผมทรงนี้ดู graphic ดีก็เลยทำรูปเล่นๆ อุอุ


ชอบรูปนี้ดูเป็นการ์ตูน


 
รูปสุดท้าย ^^


จบแล้วค่าา ไปแล้วววว หวังว่าทุกคนคงได้อะไรบ้างจากกระทู้นี้....
(หืมมม อะไรดี จิ้งหรีดร้อง............. ไม่ได้สาระอะไรเลย ฮ่าๆๆๆๆ)


ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาชมค่ะ และหวังว่าจะได้มาให้เห็นหน้าบ่อยๆค่า อิอิ