6.07.2556

++Review: ลิปสีสดแสบไส้!! จาก Maybelline USA (ไม่เข้าไทย) ++

สวัสดีจ้าสาวๆ แอบขอเจียดเวลาที่มีอยู่น้อยนิดมารีวิวของสุดเลิฟในช่วงนี้หน่อย :D
จะบอกว่าหลังๆมานี่ in love กับของ brand นี้มากๆ เริ่มต้นมาจาก lipstick ที่ออกเมื่อช่วงต้นปีที่แล้ว
นั่นก็คือ Color Sensational คิดว่าหลายๆคนก็คงคิดเหมือนกันว่าลิปรุ่นนี้เนื้อแน่นนน เม็ดสีชัดเจน
มาถึงตรงนี้คงไม่ต้องบอกแล้วว่า brand อะไร "Maybelline" นั่นเอง

หลังจากออก Color Sensational ได้ไม่นาน ก็มี The Jewels by Color Sensational ออกมาอีก ซึ่งเป็นลิปเนื้อแน่น
พร้อมชิมเมอร์ที่ไม่วิ๊งจนเกินงาม ไม่นานจากนั้น ดิฉันก็หูโตตตต ได้ยินมาว่าฝั่ง USA เขาออกของใหม่อีก! นั่นคือ
Color Sensational Vivids ลิปเนื้อแน่นสีสด!! เห็นแล้วแอบเหวอ ไม่คิดว่า drug store จะทำสีแซ่บขนาดนี้
เลยฝากเพื่อนมาเล่นเบาๆ... 3 สี จ้า ^^




อูยยยย ขนาดแท่งยังสีแซ่บ บอกให้รู้ว่า Vivids จริงๆนะจ๊ะ!!




มาเปิดฝายลโฉมกันซะหน่อย โอ๊ยยยยยย แซ่บบบบบ แสบตาม๊ากกกก รุ่นนี้มีทั้งหมด 10 สีนะคะ มีแดง ชมพู
ส้มครบ แต่แอบมีโทนอมม่วงซะเยอะเลย สาวไทยอาจจะไม่ค่อยอินเท่าไหร่กับโทนนี้


ไปเริ่มกันที่สีแรก




#870 Shocking Coral เป็นชมพูด้มส้มแบบสดๆ แต่จะออกไปทางชมพูมากกว่าหน่อย กลิ่นหอมอ่อนๆ
เหมือนรุ่นก่อนๆค่ะ




แต่ทาออกมาไม่ยักกะออกส้มเท่าไหร่แฮะ ออกชมพูอมเหลืองนิดๆมากกว่า แต่ bright มากค่ะ
แล้วเนื้อก็ทาง่าย ดูเหมือนบาง แต่ทาซ้ำหลายรอบก็แน่น ทึบ ออกวาวๆนิดๆ แต่ชุ่มชื้นดีค่ะ :)




#880 Electric Orange สีนี้ แซ่บบบบบกว่าาาา ส้มมากกกก ส้มจริงๆไม่ค่อยเอียงไปทางแดง
แต่จะว่าไปหลังๆมานี้ สีส้มมากแรงมากจริงๆค่ะ ดูเก๋กว่าชมพูเป็นไหนๆ ^^




สวยยยย เนื้อชุ่มชื้นแต่แน่นจริงๆ แค่ปาดดูก็รู้แล้ว สีนี้ทาแล้วหน้าสว่างดีจริงๆ แล้วเป็นส้มที่สวยยยย
ไม่แดงไปไม่เหลืองไป เลิฟเลยยยยยยย


สีสุดท้ายยย




#905 Brazen Berry มันม่วงมากกกก ตอนแรกเห็นแล้วแบบ โอวว นี่มัน Limecrime ป่าวนะ 555
แอบลุ่นกับสีนี้เพราะมันเป็นม่วงอมฟ้า ไม่ใช่ม่วงลมพูอย่างที่เราเห็นลิปสติกปกติ




ทาออกมาแล้ว โห่ววว เพี้ยนไปจากแท่งนิดๆ แต่ก็ม่วงนะ แต่เป็นม่วงอมชมพู ถึงยังไงก็เริ่ดอยู่ดี


มามะๆ ดูรวมๆซิ




ชอบสีไหนกันจ๊ะ เราชอบหมดเลยแหละ สวยในแบบของตัวเอง
สำหรับคนที่สนใจรุ่นนี้ บอกก่อนเลยว่า "ไม่มีขายเมืองไทยน้าาา" เค้าฝากเพื่อนซื้อจาก New York
สนนราคาแท่งละ $7.49 ค่ะ (2xx บาทโดยประมาณ)


ที่เกริ่นมาทั้งหมดนี้ เพราะเร็วนี้จะมีลิปรุ่นใหม่ของ Maybelline มาให้เบิ่งกันแน่นอน คันมือ อยากทำมากกกก
อิอิ แล้วพบกันค่าาา ^^


Original Post: 7 June 2013

4.29.2556

ช้อป ชิม ชิค เที่ยวเกาหลีมุมใหม่กับ Etude House :)

สวัสดีค่ะสาวๆ วันนี้กลับมากับกระทู้ Beauty Society ซะหน่อย เด็กใหม่นะจ๊ะ เพิ่งเคยเขียนทู้พาเที่ยวเป็นครั้งแรก ^^
ที่ที่เราจะพาไปเที่ยวกันในวันนี้ ก็ไม่ใช่ที่แปลกอะไรเลย คือที่เมืองโซล เกาหลีใต้นั่นเอง
โดยครั้งนี้ทางสื่อไทยพร้อมกับสื่อจากฮ่องกงและสิงคโปร์ได้รับคำเชิญจากทางการท่องเที่ยวโซล และอิทูดี้เฮาส์เกาหลี
ซึ่งจะพาเราไป กิน เที่ยว ช๊อป และเปิดหูเปิดตาโซลมุมใหม่กันนั่นเองค่า กับ trip ที่มีชื่อว่า


"PLAY SEOUL PLAY ETUDE" 


ขอแยกการพาทัวร์ครั้งนี้เป็นหมวดหมู่นะคะ จะได้ชัดเจน เข้าใจง่าย สรุปแบบเน้นๆไปเลยว่า อันไหนน่าสน น่าไป 
เริ่มจากหมวดหมู่แรก

“PLACES” ไปไหนดี ที่เด็ดๆ


ที่แรกย่าน “ฮงแด” ขึ้นชื่อว่าเป็น young generation culture experience เป็นถนนกว้างขวาง 2 ข้างทางมีร้านรวงมากมาย ตกแต่งแนวเก๋ไก๋ มีตึกสวยๆฝีมือ designer รุ่นใหม่ พร้อมร้านขายของ creative ไม่ว่าจะ shopping หรือกินข้าว ย่านนี้ครบ! (Hello Kitty Café ก็อยู่แถวนี้จ้า) เอาเป็นว่าเดินกันชิลๆ ดูวัยรุ่นแต่งตัวกันเพลินๆก็ได้นะ


“เมียงดง” จะพลาดได้ยังไงกับที่นี่ shopping street สุดแสนถูกใจวัยรุ่น มีทั้งของ brand name และ local ราคาตั้งแต่ต่ำกว่าร้อยบาทไปจนถึงของ intrend ในกระแส (ตอนที่ไป คิดง่ายๆว่า 1000 won = 28 บาทค่ะ) แถมตรงกลางถนนตลอดทางก็ยังมีของขายแผงลอยให้เลือกซื้อกันแบบราคาแสนถูก แล้วไหนจะยังของกินข้างทาง ยิ่งไปตอนหนาวๆ ได้ของกินอุ่นๆมาอยู่ในมือนี่มันสุขนัก อูยยย แถมเปิดถึงดึกดื่นประมาณ 5 ทุ่มยังพอช๊อปได้อยู่เลย 


“กังนัม” ใช่ ค่ะ มันมีจริงนะคะคุณ ฮ่าๆๆๆ กังนัมเป็นย่านเมืองใหม่ในโซล เป็นย่านธุรกิจตึก office สูงๆ หน้าตาทันสมัยอยู่แถบนี้ ถามว่าแล้วมีอะไรให้เดิน ก็พอมีของให้ shop บ้างค่ะ แต่จะเป็น shop ใหญ่ๆ แบบร้านนึงมี 2-3 ชั้น หรือถ้าใครอยากมาชิลแบบสาว chic ก็มีร้านกาแฟเก๋ๆให้นั่งชมผู้คนทีเดินผ่านไปมาได้เพลินตาอยู่ค่า อ่อ และที่ขำคือ หัวมุมถนน มี backdrop Gangnam Style สีสันสะดุดตาให้คนที่ผ่านไปมาได้ถ่ายรูปเป็นที่ระลึก อ่ะ ต้องอย่าลืมทำท่าควบม้าด้วยนะ อันนี้ก็ให้เขาหน่อย เพราะทำความดังไว้ระดับ phenomenon เลยทีเดียว!

หมวดหมู่ต่อไป

“A MUST SEE” สิ่งนี้มีความเจ๋ง!


“Trick Eye Museum” ต้น แบบพิพิธพัณฑ์/ แกลเลอรี่ภาพลวงตาที่เรามีที่พัทยา ที่นี่เป็นเหมือนแกลเลอรี่ภาพ 1 ชั้นแถวย่านฮงแด ทางเข้าไม่ใหญ่โต แต่ข้างในอยู่ได้นานเลยทีเดียว ถ้าเดินถ่ายรูปไปเรื่อยๆ มีภาพวาดฝาผนังชวนยิ้มมากมาย แต่มันจะไม่สนุกเลยถ้าคุณไม่ลองไปยืนในรูป แล้วให้เพื่อนถ่ายรูปให้ในจุดที่เขามาร์คไว้

ข้อมูลเพิ่มเติม Trick Eye Museum

 
“Bibap Show” บิบับนี้ มาจากข้าวยำบิบิมบับนี่แหละค่ะ เป็นโชว์ร้องเต้นเล่นละครแบบสดพร้อม beat-box และ b-boy เขาให้คำจำกัดความโชว์ตัวเองว่า “delicious musical” โดยเนื้อเรื่องเป็นการแข่งทำอาหารกันของพ่อครัว 2 ฝ่าย เขียวและแดง โดยพล๊อตเรื่องมาได้แบบขำมาก เหมือนดูหนังเกาหลีตลกๆอยู่ นักแสดงทุกคนเก่งครบเครื่องมากกกก ทั้งร้องเพลง เต้น (โดยเฉพาะ b-boy) แล้ว beatbox สดตลอดการแสดง พลังเยอะมหาศาลมากๆ ช่วงเต้นตอนจบสนุกมาก มันส์มากกก เหมือนดู concert อยู่ อยากลุกขึ้นไปเย้วๆไม่อยากให้จบเลย ใครนึกภาพไม่ออกขอให้ดูคลิปนี้ค่ะ 

The Show
IFrame


One Minute Highlight
IFrame



“THE FOOD” กินอะไรดี ที่ไหนโดน


ที่แรกหมูย่างเกาหลี จะพลาดได้ไงจ๊ะ แต่ร้านนี้ “ยุก ชิล พัล” ที่ แปลว่า 678 ของพิธีกรตลกชื่อดัง “คังโฮดง” นั่นเอง อยู่ย่านฮงแดอีกเช่นกัน ร้านนี้พอแค่เข้าไปเห็นหุ่นคังโฮดงหัวโตเท่านั้นหละ ดิชั้นยืนเต้นเย้วๆให้คนถ่ายรูปให้ เสมือนว่าเจอตัวจริงเลยทีเดียว -_- ร้านนี้ได้ชื่อว่าเป็นหมูย่างเกาหลีแบบกึ่ง traditional เลยนะ เพราะมีโซนนั่งพิ้นสบายๆ อาหารก็อร่อยถูกปากเลยค่ะ ยิ่งมีหนุ่มๆมาชวนชนโซจูตรากบนะ โอยยยยสนุก อร่อย มาววว - -“

ใครสนใจลองดูข้อมูลเพิ่มเติมนะคะ: informationreviews


ร้านต่อไปแบบเอาใจวันรุ่นนน “School Food” ดูดบะหมี่กันแบบเด็กเกาหลีต้องร้านนี้เลย ร้านหน้าตาเหมือน fast-food มีอาหารหลากหลาย ทั้งบะหมื่ ข้าวปั้นไส้ต่างๆ หรือจะบิบัมบับ บรรยากาศสบายๆเพราะส่วนใหญ่เป็นวัยรุ่น มีสาขาเยอะแยะตามย่านชื่อดังต่างๆ ที่ประทับใจอีกอย่างคือ packaging ห่อกลับบ้าน น่ารักมากกกกค่า อูยยย ว่าแล้วก็อยากกินอีกค่า 


“อาหารข้างทาง” อัน นี้หละ บ้านที่สุดแล้ว ถ้าอยากรู้ว่าคนทั่วไปหรือวัยรุ่นเขากินอะไรกัน อาหารข้างทางนี่หละห้ามพลาด ราคาก็ไม่แพง ได้ชิมตั้งหลายอย่าง โดยเฉพาะที่เมียงดง มีอาหารให้เลือกกินไม่ขาดสาย ทั้งปลาหมึก มันทอด แป้งไส้ถั่วแดง ไอติม โอย เยอะแยะได้อีก

“THE BEAUTY” มาเกาหลี ไม่พูดถึงเรื่องความงาม เหมือนมาไม่ถึงนะ!


เริ่มกันที่ที่แรก “Luxury Korean Traditional Beauty Salon” ลองไปเสริมสวยแผนโบราณกันดู มีทั้งการใช้สมุนไพร ปั้นยาลูกกลองห่อทองคำและที่สนุกสุด... ฝังเข็ม!! เขาว่าการฝังเข็มเพื่อยกกระชับใบหน้าเนี่ย กำลังเป็นที่นิยมกันมากๆ ขนาดว่าคุณผู้ชายทีมงานที่พาเราไปยังบอกว่าถ้าเลือกได้จะฝังเข็มแบบนี่หละ จ้า ความรู้สึกก็จั๊กกระจี๋ดีค่ะ เข็มจะมาในหลอดเล็กๆแล้วคุณหมอจะดีดปุ๊งเข้าไปแล้วก็ทิ้งไว้ซักพัก ไม่เจ็บเลยนะ สนุกดี ^^ ที่เด็ดอีกอันคือพอทำ treatment เสร็จ เค้าจะมีน้ำสมุนไพรให้ดื่ม โดยแต่ละคนซึ่งมีสภาพร่างกายต่างกัน ดื่มแล้วจะได้รสชาดที่ต่างกันด้วยค่ะ ถ้าใครรู้สึกหวานแสดงว่าสุขภาพดี ถ้าใครรู้สึกขม อาจจะเป็นไปได้ว่ามีความเหนื่อยล้า หรืออวัยวะภายในมีปัญหาค่ะ 


“Etude House Headquarter Office” ไหนๆมากับอิทูดี้ทั้งทีก็ต้องไปเยี่ยมบ้านเขาหน่อยค่ะ office น่ารักเว่ออออร์ เจ้าหญิงมากกก ขาวชมพูไปทุกอณูเลย ส่วนที่เห็นคือส่วนกลางสำหรับต้อนรับแขกและสำหรับพักผ่อนค่ะ มีห้องทานขนม ห้องเล่นเกมส์ ห้องอ่านหนังสือและตัวอย่าง shop สำหรับทดลองวาง display product ต่างๆ การได้ทำงานในสภาพแวดล้อมที่เจริญหูเจริญตานี่มีความสำคัญมากเลยนะ มันเป็นแรงผลักดันให้อยากมาทำงานด้วยส่วนหนึ่งเลยทีเดียวแหละ 


ไป office กันแล้วจะไม่ไปเยี่ยมเยือน shop เขาได้อย่างไรกัน อันนี้พากันไปที่ shop ใหญ่ที่ย่างกังนัมค่ะ โดยที่นี่เป็น shop ต้นแบบการตกแต่งในแนวใหม่ ต่อๆไปสาขาอื่นๆทั้งในเกาหลีและต่างประเทศก็จะมีรูปแบบประมาณนี้ค่ะ เจ้าหญิงกันเข้าไปอีกระดับด้วยแชนเดอร์เลียยักษ์ และความโล่งโปร่งก็ยิ่งทำให้ shopping ได้สะดวกค่ะ

ถ้าอยากรู้ว่าดิชั้นโดนอะไรไปบ้าง ขอให้เขาไปเสพย์กระทู้รีวิวที่โพสต์ไปแล้วสักพัก ตามนี้เลยค่ะ ^^

++Review: ทำหน้าฉ่ำกับของใหม่ (ที่ไม่เข้าไทย) จาก Etude House :)++
++Review: ลิป 6 สีกับของดีจิปาถะจากเกาหลี :)++


ทีนี้มาพูดถึง beauty trend กันบ้าง


ซึ่งช่วงที่ไป เป็นช่วงคาบเกี่ยวของ 2 collection ค่ะ ได้แก่ collection สุดเจ้าหญิง “Ettoinette” และ collection น่ารักสดใสรับ summer กับ “Sweet Recipe” ส่วน look ที่ทางอิทูดี้สาธิตให้ดูก็แน่นอนว่าต้องเป็นหน้าฉ่ำวาว point makeup โทนชมพูส้ม ดูอ่อนใส สมเป็นวัยแรกรุ่น ตามสไตล์เกาหลีเค้าเลยค่ะ

 
แอบ พ่วงท้ายแถมมาให้อีก 1 กับแบรนด์ลูกของอิทูดี้ “eSpoir (เอสปอร์)” แบรนด์นี้จะดูโตกว่าและเป็นมืออาชีพมากกว่า ถึงแม้ว่า shop จะยังมีไม่เยอะเท่าอิทูดี้ แต่ shop มีความโดดเด่นจนเราอดไม่แวะไม่ได้ ของแต่ละอย่างเนื้อแน่น สีจัดจ้าน ก็เลยเข้าไปเริงร่าและแอบช๊อปเบาๆกันไปคนละนิด คนละหน่อยค่ะ ^^ รีวิวไปแล้วด้วยละ ตามนี้เลยยย

++Review: "eSpoir" makeup สาวมั่นจากเกาหลี++


เอา หละค่า พาเที่ยวกันจนหนำแล้วก็ขอฝาก trick เล็กๆน้อยๆในการเที่ยวหน้าหนาวไว้หน่อยละกันจ้า หนาวในที่นี้คือต่ำกว่า 10 - -10 องศานะคะ ซึ่งเป็นช่วงที่เรียกได้ว่า “อากาศอุ่นขึ้นแล้ว” ของเกาหลีเขาหละ -_-‘

 
หู/ หน้า/ มือ จะเป็นสิ่งที่ทนรับความหนาวได้น้อยที่สุด สำหรับเรานะ มาดูกันว่า เราควรป้องกันแต่ละส่วนยังไงบ้าง
หู - ให้หาหมวกไหมพรม earmuffs หรือ turban แบบนี้มาคาดไว้ค่ะ นอกจากกันหนาวแล้วยังกันลมตีผมหัวยุ่งด้วยหละ
หน้า - ถ้าวันไหนหนาวมากๆแลเวเราเดินเยอะๆ จะรู้สึกหน้าชาค่ะ ให้เตรียมผ้าพันคอผืนใหญ่ๆที่พันได้ 2-3 รอบ พันหลวมๆแล้วดึงขึ้นมาปิดหน้า ก็ช่วยไม่ให้หน้าชาหรือตึงได้ประมาณนึงเลย
มือ - สำหรับเรานะ มือนี่สุดๆแค่ 0 องศาก็มือจะไร้ความรู้สึกแล้ว ฉะนั้นถุงมือ จำเป็นมากๆ ถุงมือหนังที่ข้างในบุขนสัตว์ก็อุ่นดีค่ะ แต่การหาถุงทรายร้อนซุกไว้ในกระเป๋าเสื้อที่เราสามารถล้วงไปซุกได้ เป็นสิ่งที่ควรทำมากๆ

 
การแต่งตัวหน้าหนาว ขอบอก ว่าจริงๆแล้วการทำแบบเราไม่ค่อยถูกต้องเท่าไหร่ เพราะเอาของไปใส่ ไม่ซ้ำวันกันเลย -_-‘ จริงๆควรมี jacket กันหนาวที่ใช้งานได้จริงสัก 2 ตัว ส่วนข้างในใส่ซ้ำๆวนๆกันก็ได้ค่ะ แน่นอนว่าชั้นรองลงมาจาก underwear ควรใส่ heattech/ longjohn แล้วใส่เสื้อธรรมดาอีกชั้น แล้วค่อยทับด้วย jacket เผื่อเข้าร่ม อากาศอบอุ่น จะได้ถอด jacket ออกสะดวกๆ

รองเท้าก็สำคัญ ไม่แพ้กันสำหรับเวลาหนาวมากๆ ควรใส่รองเท้ามิดชิด ไม่มีรู ร่องใดๆที่อากาศลอดเข้ามาได้ จะไม่ใส่ boots/ รองเท้าหนังก็ได้นะ จะใส่ผ้าใบก็ได้ค่ะ แต่ผ้าใบควรมีความหนาพอที่จะกันน้ำ กันหิมะ กันลมได้ เพราะถ้าเท้าเปียกเนี่ย รำคาญทั้งวันแน่นอน


การจัดกระเป๋าก็ ไม่ยากค่ะ เสื้อผ้าบางๆใช้ม้วนเอาจะยับน้อยกว่าพับ อะไรที่กลัวเสียทรงก็ใช้เสื้อ/ ผ้าพันคอ/ ถุงเท้ายัดๆเข้าไปให้ได้ทรง ส่วนเสื้อ jacket ตัวใหญ่ๆแปะไว้นอกสุด และที่สำคัญอย่าลืมเอากระเปาเบาๆไปเผื่อมีของช๊อปงอกกันออกมาด้วยนะจ๊ะสาวๆ นักช๊อปทั้งหลาย ^^

ทั้งหมดก็เท่านี้หละค่า หวังว่าสาวๆคงได้ประโยชน์อะไรจากการพาทัวร์เกาหลีครั้งนี้บ้างนะคะ
เฮ้! 

 
ทั้ง นี้ก็ต้องขอขอบคุณทีมงานอิทูดี้เฮาส์ประเทศไทย ประเทศเกาหลี การท่องเที่ยวโซล และเพื่อร่วมทริป ไม่ว่าจะเป็นสื่อไทยต่างๆ และสื่อจากทางสิงคโปร์และฮ่องกง ที่ทำให้ทริปนี้สนุก ไม่น่าเบื่อ เหมือนทัวร์ทำกิมจิทั่วไป อิอิ

แล้วพบกันใหม่กับทู้ดองเค็มอื่นๆนะค๊าบบบบบ
อันยอง!

Original Post: 29 April 2013

3.05.2556

++Review: "eSpoir" makeup สาวมั่นจากเกาหลี++

สวัสดีจ้าสาวๆ ดูเค้าขยันนะช่วงนี้ ฮ่าๆๆๆ
เปล่าหรอก เพิ่งได้ของมาอีก lot นึง ถ้าไม่เขียนเกาหลีให้เสร็จเดี๋ยวจะดองต่อกันไปเรื่อยๆ อิอิ


เรามาต่อกันที่ part ที่ 2 ของกลุ่มเกาหลี เราจะข้ามจาก Etude ไปที่ brand ใหม่กันก่อน
จริงๆก็เป็น brand ในเครือเดียวกัน (เครือ Amore Pacific ที่เกาหลี) นั่นคือ "eSpoir" นั่นเอง





"eSpoir" เป็น brand อายุ 2 ปี ที่ positioning ตัวเองว่าเป็น profesional makeup คือจะมีสีสัน
ที่จัดจ้านกว่า ดูเป็นผู้ใหญ่กว่า และราคาสูงกว่าค่ะ เมื่อปี 2011 มี presenter เป็น Leighton Meester
ด้วยน้า ส่วนล่าสุดเป็น Park Si Yoen ก็ดูอินเตอร์ดีเหมือนกันเนอะ



ร้านก็จะตกแต่งแบบดูเป็นสาวมั่น เก๋ๆ เฉี่ยวๆ เราก็เลยอยูในร้านนี้แบบลั๊ลลามาก ละลานตาไปหมด
แต่ก็ไม่ได้สอยมาเยอะหรอกนะ เพราะอยากลองก่อน :D

อ๊ะไปดูของที่สอยมากันเลย!



ได้แก่ lipstick, lipgloss แล้วก็ single eyeshadows จ้า



packaging งามนะ เราชอบ ดูดี ไม่เยอะ ไม่หญิง เฉี่ยวๆ ทันสมัย

ไปเริ่มกันที่ตัวแรกเลยดีกว่าาาาาา :D



ตัวแรก Lip Color Essense จริงๆก็ไม่มีอะไรแปลกประหลาดอ่ะนะ lip gloss ใสๆ
สีนี้ชื่อ Cinnamon Kiss #WH702 แอบมี glitter ม่วงๆในเนื้อ gloss นิดหน่อย แต่ก็ไม่ได้ออกสี
packaging ดูเป็น Illamasqua เล็กๆ ซึ่งเราชอบนะ ดีทั้งแง่การใช้งาน แล้วก็ดูเก๋ดี :)



หัวเป็น plastic ปลายตัด บีบออกมาแล้วใช้ทาปากได้เลย อันนี้ก็ชอบ ง่ายดี ส่วนเนื้อ gloss
ก็ดูใสๆ แต่ลองเนื้อแล้วชอบมากกกกก เคลือบปากให้ดูเงา แต่ไม่เยิ้ม ไม่หนักปากเลย
ใช้แตะๆทับสี matte เริ่ดเลยยยย



ต่อมา lipstick แสนงาม รุ่น No Wear Glam Lipstick ตอนแรกที่เห็นแต่ละสีของ line นี้ก็กรี๊ดแล้วค่ะ
แซ่บบบบบทุกสี โดยเฉพาะโทนนี้ สีโปรดของเรา โทนแดงม่วง สีเข้มๆดุๆ ชอบชะมด เอ้ย! ชะมัด!



สี WN301G ค่ะ เป็นม่วงแดงที่มีเม็ดสีเงินเหลือบๆในเนื้อ ดูแล้ว......กรี๊ด!!!!!........



swatch ออกมาได้เป็นชมพูเข้มๆอมม่วง คือเข้มกว่าบานเย็น แล้วก็มีวิ๊งเงินเล็กๆ
แต่พอทาบนปากแล้วได้สีชมพูม่วงแน่นๆ เหลือบๆนิดๆ เนื้อไม่ได้ทึบมาก ทาให้บางก็ได้
แต่ทาทับหลายรอบก็จะแน่นขึ้ค่ะ ไม่เคยคิดเลยว่าเครื่องสำอางเกาหลีจะมีสีแบบนี้!



ถามว่าชอบไหม ก็ชอบนะ แต่ไม่ได้รักจัด เพราะเนื้อมันเหลือบไปนิด เราชอบ matte ไปเลย
ไม่ก็ creamy แต่อันนี้มันกึ่งๆ sheer ส่วนสี เราว่ามันชมพูไปนี๊ดดด แต่ก็เข้มๆ ชอบค่ะ :)



สุดท้าย อันนี้สวยมากกกกกกกก ตั้งแต่ package และ Fall in Soho Eyeshadow
สีที่ได้ แบบว่าสิ้นคิดมาก สี Prince St เป็นแนวควันบุหรี่ เป็นเทาที่อมทองนิดๆ



ดูเนื้อกันชัดๆ อูยยยย สวยๆๆๆ ตอนแรกก็คิดว่า eyeshadow วิ๊งๆเกาหลีก็เหมือนกันหมด
แต่อันนี้ไม่ค่ะ เนื้อมันออกครีมๆนิดๆ คล้ายๆ Solar Bits ของ MAC พอปาดไปปุ๊บ
อูยยยยยย (อีกรอบ) สวย มากกกกกกกกกกกก เห็นแล้วอยากได้อีกหลายสี ฮึกๆ

เอาหละ เป็นไงกันบ้างจ๊ะสาวๆ อ่ะ เดี๋ยวขอลงราคาไว้ให้ตรงนี้นิด
Lip Color Essense 7,000 won
No Wear Glam Lipstick 19,000 won
Fall in Soho Eyeshadow 10,000 won

และเหมือนเดิม ใครสนใจคงต้องฝากสอยจากเกาหลีกันก่อนนะจ๊ะ :P
แล้วรอติดตามกับรีวิวจิปาถะเกาหลีภาคสุดท้ายกันได้ แอบแง้มว่ามี lip ตั้ง 6 สีแหนะ!!



อิอิ แล้วพบกันใหม่เร็วๆนี้เน้ออออออ ^^

Original Post: 05 March 2013